ห่างหายไปนาน

posted on 22 Mar 2011 15:37 by thinkbox
To...วันวาน
ห่างหายไปนานกับอดีตที่คุ้นเคย ไม่ได้กลับมาพบกันนาน สบายดีไหม ปัจจุบันสบายดี และมีความสุขมาก เลยหวนคิดได้ว่าเคยมีอดีตอยู่ที่นี่ วันนี้จึงหวนกลับมาอีกที เพื่อพบเจอ
รักเสมอ
ณ บัดนาว
(ไม่ได้มาซะนาน blog ของฉัน ก็ยังคงเหมือนเดิม  ที่ต้องมีเพิ่มเติมคือเจ้าของคนนี้ที่ไม่ได้เข้ามา) ^^

โชว์เพี้ยน...เจ้าของ Blog

posted on 14 Aug 2009 19:56 by thinkbox

 

 

โปรแกรมหนังที่กำลังมาแรงมากๆๆๆๆ 555

Photobucket

 

 

 

 

 

วันดีๆ ที่ลูกค้าผู้ให้การอุปการะคุณในการจัดทริป พาไปเที่ยวอยุธยา (จริงๆพาไปดูโรงงาน แล้วค่อยพาไปเที่ยวตบท้าย)  แต่ก็ เป็นอีก 1 วันเต็มๆ ที่มีความสุข เพราะนอกจากจะไปทำงาน(นิดเดียว) ที่เหลือก็กิน เที่ยว ถ่ายรูป เต็มสตีมเลย แถมได้ข้อมูลดีๆ จากพี่ไกด์มืออาชีพ อีกต่างหาก

หลังจากเยี่ยมชมโรงงานผลิตพริ้นเตอร์ยี่ห้อนึง...  (อ้าวลืมไปใส่หมวกเลยรู้เลยว่าไปดูของยี่ห้ออะไร) 555  ซึ่งที่นี่มีระบบการป้องกันที่ดีมากๆ เนื่องจากไข้หวัด 2009 กำลังระบาดหนัก ในโรงงานก็คนเยอะ ต้องระวังมากเป็นพิเศษ  เลยมีแฟชั่นเกิดขึ้นที่นี่

Photobucket

เสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาไปกินข้าวเที่ยง โดยเรามุ่งหน้าไปขึ้นเรือที่โรงแรมหนึ่ง จำชื่อไม่ได้แล้วอ่ะ แต่รสชาติดีทีเดียว กินไปชมวิว สองฝั่งแม่น้ำไปด้วย เพลินดีจริงๆเชียว

Photobucket

Photobucket  

Photobucket

หลังจากนั้นก็ขึ้นรถไปไหว้พระที่วัด กำหนดไว้ 3 วัด แต่จำชื่อไม่ได้แล้ว ดูบรรยากาศนิดๆ หน่อยๆ ละกัน

ระหว่างทางผ่านที่นี่ เจดีย์ วัดสามปลื้ม  อยู่กลางถนนเลย เจ๋งจริงๆ 

Photobucket  

Photobucket

Photobucket  

Photobucket

หลังจากไหว้พระ รดน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคล ลูกค้าก็ใจดีซื้อโรตีสายไหมเจ้าอร่อย (มากกกกก) ให้ถือติดไม้ติดมือกลับบ้าน ได้ทั้งบุญ อิ่มใจ แล้วก็อิ่มท้องด้วย

 

 

 

ในชีวิตมีเรื่องราวมากมาย ที่ต้องคิด ต้องตัดสินใจ และต้องทำ อยู่ตลอด เรื่องบางเรื่องเมื่อทำลงไปอาจส่งผลต่อตัวเรา หรือคนรอบข้าง รวมไปถึงส่งผลต่อการประสบความสำเร็จในชีวิตที่มากขึ้น แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่เราชอบที่จะทำ และอาจไม่ได้ส่งผลต่อความสำเร็จ แต่ทำให้เรามีความสุขในขณะทำ จึงอาจกล่าวได้ว่า

" การมีชีวิตแบบที่เป็นอยู่ - มันง่าย   แต่การมีชีวิตแบบที่เป็นได้ - มันยาก "

การมีชีวิตแบบที่เป็นอยู่  คือการดำรงชีวิตแบบเดิม ที่เป็นอยู่ คิดแบบคนส่วนใหญ่ ทำงานทั่วไป ไม่แตกต่าง เช่น ตื่นตอนเช้า ขึ้นรถไฟฟ้าพร้อมๆกัน จอดรถที่เดิม เดินเข้าประตูเดิม ทำงานโต๊ะเดิม กินข้าวร้านเดิม กลับบ้านเวลาเดิม ดูทีวีช่องเดิม นอนเวลาเดิม และก็ตื่นเช้าไปขึ้นรถไฟคันเดิม อาจมีเรื่องที่ชอบ หรือกิจกรรมที่ทำ ไม่ได้มีเรื่องอะไรต้องคิดใหม่ๆ ให้เครียด

แต่การมีชีวิตแบบที่เป็นได้  คือการคิดที่มากกว่าและอาจแตกต่างจากคนส่วนใหญ่อยู่บ้าง แต่แตกต่าง ไม่ใช้แตกแยกผิดแปลกจากคนทั่วไป  อาจทำอะไรที่มากขึ้น คิดเยอะขึ้น เหนื่อยเพิ่มขึ้น เลยอาจ ยากกว่า  แต่ผลที่ได้ก็มากกว่าคนปกติที่คิดทำอะไรแบบเดิมๆ ซึ่งอาจหมายถึงความสุข ความสำเร็จ และวิถีชีวิตที่ดีกว่า

บางทีเรามันไม่ได้เลือกทำเพราะความง่าย หรือ ยาก แต่เราเลือกที่ผลต่างหาก

ถ้าผลที่ได้ถูกใจ ถึงยากแค่ไหนก็ต้องลุย !!!

 

 

วันนี้ได้โอกาสถ่ายรูปงานถักที่เริ่มต้นทำมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นปี ซื้อไหมไปหัดเริ่มที่ร้านๆนึงในเซ้นทรัลเวิล์ด แล้วก็ไม่ได้ดั่งใจ กลับมาหาความรู้เพิ่มเติมจากโลกแห่งการเรียนรู้ที่ใหญ่ที่สุด ก็คือโลกของ Internet เก็บข้อมูล เรียนรู้ หา How To อ่านเต็มไปหมด ก็ได้ผลงานบางส่วนในครึ่งปีแรกมาโชว์กันซะหน่อย

ผลงานที่ถูกนำมาโชว์ในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็น ต้นไม้ ต้นกระบองเพชร ที่ชื่นชอบเป็นการส่วนตัว มีแพทเทิร์นบ้างนิดหน่อย พอรู้วิธีหลังจากนั้นก็ลุยเดาๆ เอาไปเรื่อย และหลังๆ ก็คิดแบบเองด้วย

Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket

 

 

แก่งกระจาย ! กระเจิงทุ่ง !

posted on 20 Jul 2009 16:52 by thinkbox  in Trip

 

 

ทริปย้อนหลัง อีกหนึ่งทริปก็ต้องมีทริปนี้ด้วย แก่งกระจาน BuyCOMs  Office Gang Trip 1 ทริปนี้มีสมาชิกรวมก๊วน 11 คน โดยแรกเริ่มเราเฟ้นหาสถานที่ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ไปเสาร์ - อาทิตย์ ขับรถชิวๆ พักผ่อนนอนกินบรรยากาศ และสถานที่ที่เราเลือกก็คือ ... แก่งกระจาน พะเนินทุ่ง จ.เพชรบุรี นี่เอง

Photobucket

7 Feb 2009

เราตื่นแต่เช้า แต่กว่าจะได้เดินทางก็สายๆ 555 รอกันหน่อย สมาชิกเยอะก็แบบนี้แหละ  แล้วมุ่งหน้าไปเพชรบุรี ที่ต้องรีบไปหน่อยเพราะกลัวไม่มีที่นอน เต้นท์ที่เตรียมมาก็น้อยกว่าประชากรที่ไป เลยต้องว่องไวกันหน่อย

เราแวะไหว้พระกันหน่อยเพื่อทำให้จิตใจผ่องใสที่ " วัดถ้ำเขาย้อย "ก่อนเดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เมื่อเราไปถึงก็รีบถามหาที่เช่าเต้นท์ก่อนเลย  ซึ่งมีเพียงพอ และมากมายสำหรับคนที่เดินทางมาถึงช่วงบ่าย สบายๆ เลย เช่าเต้นท์ เช่าเตา เช่าผ้าใบ เช่าถุงนอน เช่าหมอน เช่าเสื่อ เช่าทุกอย่างเลย เหอๆๆๆ ไม่ได้มีการเตรียมตัวที่ดีเลย

หลังจากหามุมดีๆ และช่วยกันกางเต้นท์เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลากินข้าวเที่ยงแต่ค่อนไปบ่ายนิดๆแล้ว โดยกิจกรรมที่เราเตรียมไว้คือที่ บ้านป้าแม้ว เรียกชื่อเค้าถูกเปล่าก็ไม่รู้ เรียกแต่ป้าแม้ว ๆ ซึ่งป้าน่ารักมากใจดี แถมอาหารก็อร่อยสุดๆ โดยเมนูสุดโปรด ก็คือ " ยำมะม่วงหมูฝอย " และเมื่อกินอิ่มแล้วก็ลงเล่นน้ำ ล่องแก่ง กิจกรรมสุดฮิตของที่นี่เลย สนุกดี พายเรือ กระแสน้ำไม่ถือว่าแรงมาก มีลุ้นๆ ตื่นเต้นเป็นช่วงๆ ให้หวาดเสียวพอเป็นพิธี แล้วก็หยุดเล่นกิจกรรมสุดระทึก อีกอย่าง นั่นก็คือ " โดดหอ " โหนตัวลงมาแบบทาร์ซาน ปล่อยมือลงน้ำ ...ตู้ม แถมงานนี้เกือบแย่ มีน้องที่ออฟฟิต (น้องโบว์)  นามสมมุติ อิอิ  เกือบกระโดดลงแพยางล่องแก่งของใครก็ไม่รู้ที่ผ่านมาพอดี คนในเรือก็ตกใจ นึกว่าน้ำลึกรีบช่วยคนโดด ส่วนคนโดดก็ตกใจ หันมาเห็นก็จ๊ากกก เรืออยู่ข้างๆ เลย น้องเค้าเลยเล่นรอบเดียวไม่กล้า เบิ้ลเลย 

Photobucket

Photobucket

หลังจากเล่นเสียวๆ กับการโดดหอไปแล้ว เราก็เตรียมตัวไปดูพระอาทิตย์ตกที่สันเขื่อน เป็นการมองภาพจากท๊อปวิว สวยใช้ได้

Photobucket

พอเย็นเราก็กลับสู่เต้นท์ เตรียมอาบน้ำ หาอะไรอร่อยเป็นอาหารเย็น และสมทบกับของกินเล่น(แกล้มเหล้า)ที่เตรียมมา ก่อนเล่นไฟเย็น กับถ่ายรูปนางฟ้าที่พวกเราสร้างขึ้น และแยกย้ายพักผ่อนตามอัธยาศัย

Photobucket

Photobucket

8 Feb 2009

ตื่นตั้งแต่ ตี 4:30 เนื่องจากเราแปลนขึ้นพะเนินทุ่งกัน โดยเราเช่ารถไว้แล้ว ก็ได้เวลาลุยฝุ่น ขึ้นไปดูทะเลหมอกกันแล้ว

Photobucket

Photobucket

Photobucket

หลังจากดูเสร็จก็มาเก็บเต้นท์ คืนของทุกอย่างที่ได้เช่าไว้ แล้วไปหาข้าวกลางวันทานกันหน่อย ก่อนไปชมวิว ล่องเรือ เก็บตกหลายๆ บรรยากาศของแก่งกระจานให้เต็มที่ ก่อนกลับไปหาป้าแม้วอีกครั้ง กินข้าว เล่นน้ำกันอีกรอบ ก่อนมุ่งหน้าสู่เดินทางสู่...กรุงเทพ  เมืองฟ้าอมร

 

 

 

เราอายุเฉลี่ย 60 ปี
1 ปี เท่ากับ 365 วัน
แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน
คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที
ลองนับเป็นสัปดาห์ 3,120 สัปดาห์
แสดงว่า
เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง
คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา
แทบเบือนหน้าหนีจากปฏิทิน
เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลังเพื่อรอวันลาโลก
เปล่าเลยผมไม่ได้กลัวตาย
และขอโทษที่หากเรื่องอาจไม่ค่อยขำ
แต่ตลอดเวลาที่ใช้เวลาอยู่บนโลกนี้มันน้อยมากหากคำนวนในเชิงตัวเลข
ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน
เพลงอีกหลายเพลงยังไม่ได้ฟัง
หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดู
ความรู้สึกในใจอีกมากมายที่ยังไม่เคยบอก
พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป

สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามัน
น้อยเกินไปจริง ๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้นคือ
ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี
แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน
นั่นแสดงว่าบางคนไม่ได้มีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วันหรอกนะ
อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ!
คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึง
สามพันวันแล้วเหรอเนี่ย!!!!
คิดแบบนี้ต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู
กางปฏิทินออกกว้าง ๆ
เพราะมันคือเวลาที่เราเหลือ…บนโลกนี้
นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งสิ้น หากเป็นความจริงที่
เราไม่ค่อยได้มองมัน
เอาล่ะ งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 17 ปี
แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,205 วัน
และผ่านคืนวันเสาร์มาร้อยกว่าครั้ง
เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลา (ที่คาดว่าจะ) เหลืออยู่
ผลลัพธ์ที่ได้ เราจะทำยังไงกับมันดี

บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ
ไม่ก็เห็นแค่ว่าเพื่อนเรียน เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่า จะเป็นอะไรดี
บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น
ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น
แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน
บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ
ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่ งอนการกุศล
ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ….
และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม ‘ฆ่าเวลา ‘ ชีวิตมันว่างจัด
ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย
เรากำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี
อีกหน่อยเราก็ตายจากัน …… แล้วนะ
ลองคิดแบบนี้บ้าง
ใช่แล้ว ….เราจะเกิดความเสียดาย
เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ
ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ
ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย
แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย  ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้
และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่
มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า
เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ
ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า….พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว
ทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก
ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง …ต้องรีบแล้ว 
รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี
ส่วนจะรักหรือไม่รักอีกเรื่อง เพราะพรุ่งนี้(อาจจะ ) ตายแล้ว
ใช้เวลา ( ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้
กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา
นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล

คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน
ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด
ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น
แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง
เมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน
หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย ……
แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน
ซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด
และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก
ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน …. แล้วนะ
รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ
เดี๋ยวตายซะก่อน เสียดายแย่
โดย น้าเน๊ก …… เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา

“ขอบคุณข้อคิดดีๆ นี้จริงๆ ค่ะ”

ฝีมือถ่ายภาพยามว่าง...

posted on 14 Jul 2009 22:36 by thinkbox

 

 

วันนี้เอาฝีมือถ่ายภาพมาโชว์ เน้นถ่ายต้นไม้ ใบหญ้า พระอาทิตย์ ไปเรื่อยๆ เป็นการฝึกมือ แต่ภาพที่ถ่ายมาจากกล้อง Compact ธรรมดา กับฝีมืออันน้อยนิด ช่วยติชมกันด้วยนะค่ะ

Photobucket

รูปพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าค่ะ

Photobucket

รูปนี้กำลังตกเลยค่ะ แสงสวยดี เห็นแล้วต้องรีบไปหยิบกล้องมาถ่าย

Photobucket

รูปนี้ถ่ายตอนนั่งรถทัวร์จากบ้านกลับกรุงเทพฯ แม่น้ำสายนี้คั่นระหว่างจังหวัดตราด กับ จังหวัดจันทบุรี

Photobucket

ดอกไม้ที่ระเบียงห้องสีหวานเชียว

Photobucket

รูปนี้ชอบมากค่ะ ฝนพึ่งตกไป อากาศกำลังดี เลยหยิบกล้องมาถ่ายรูปหยดน้ำซะหน่อย

Photobucket

เป็นรูปแมงมุมน้อยเกาะบนดอกอัญชันค่ะ แถมหยดน้ำก็สวยได้ใจ...คนชอบถ่ายมาโครค่ะ

 Photobucket

รูปนี้หลายคนดูต้องไม่รู้ว่าเป็นดอกอะไรค่ะ เฉลยเลยละกันค่ะ " ดอกบานไม่รู้โรย " สวยแปลกตาใช่ไหมค่ะ

Photobucket

ดอกไม้สีม่วงสวยสะดุดตาไปอีกแบบ

Photobucket

สีเขียวของใบไม้ดูผ่อนคลายไปอีกแบบเนอะ

Photobucket 

ดอกไม้น้อยๆ สีเหลืองอ่อน จำชื่อไม่ได้แล้วว่าชื่อไร

Photobucket ดอกพุดมั้งค่ะ (เดาอีก) Photobucket น่าจะเป็นกล้วยไม้ป่า  เดาเอาผิดก็อย่าว่านะค่ะ

Photobucket

ต้นโมกค่ะ ใครชอบต้นไม้ที่กลิ่มหอม ต้นนี้ภูมิใจเสนอ

Photobucket

ว่านสีแดงกะแมลงน้อย

Photobucket

วิวข้างทางก่อนขึ้นมอเตอร์เวย์ค่ะ

  

 

แอ่วเมืองเจียงใหม่เจ้า

posted on 12 Jul 2009 15:09 by thinkbox  in Trip

 

 

ทริปนี้น่าจะเป็นทริปแรกเริ่มของการเดินทางของเพื่อนร่วมแก๊งค์ก๊วนนี้ โดยเราแปลนกันไว้ว่าจะไปเจอเพื่อนที่อยู่ที่เชียงใหม่ 1 คน  เลยได้เวลาโดดงานไปท่องเที่ยวกันแล้ววววววว

18 Dec 2008

เราเริ่มเดินทางกันตั้งแต่เช้าขึ้นเชียงใหม่ แวะไหว้พระ ถ่ายรูปกลางทางกันซะหน่อยเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการเดินทาง วันนี้เกือบทั้งวันเราหมดไปกับการเดินทางกว่าจะเข้าเมืองเชียงใหม่ก็เกือบ 4 โมงเย็นเข้าไปแล้ว แวะซื้อเสบียงกันอย่างอิ่มหนำสำราญ แล้วก็ลุยขึ้นดอยอินทนนท์  งานนี้ได้โชว์ฝีมือประกอบอาหารไส้กรอกทอดผ่านฟรอยที่ห่อไก่ย่างห้าดาว  ตามทฤษฎีน่าจะได้แต่ปรากฎว่ารสชาติแปลกไปมากทีเดียว  และเมื่ออิ่มกันเต็มที่ก็ได้เวลาพักผ่อน..นอนเต้นท์ ซุกตัวขดในถุงนอน(หนาวสุดๆ) ทั้งๆ ที่ใส่เสื้อหนาว 2 ชั้นแล้วก็ไม่ช่วยไรเลย

19 Dec 2008

ตื่นแต่ตี 5 มุ่งมั่นตั้งใจไปดูพระอาทิตย์ขึ้นขับรถไปจุดชมวิว ขับไปเช็ดกระจกหน้าไป หมอกเกาะตลอด หนาวจนไม่ต้องเปิดแอร์ เปิดกระจกก็เย็นกว่าตู้เย็นซะอีก ถามพี่แถวๆอุทยานบอกน่าจะสัก 5 องศาเห็นจะได้

โอ้ย....อินทนนท์หนาวมากกกกกกกกกกกกก

Photobucket Photobucket

    แต่เมื่อแสงอาทิตย์ขึ้นมาเมื่อไหร่ ความอบอุ่นก็ค่อยๆเพิ่มมากขึ้น คราวนี้ก็ได้เวลาถ่ายรูปซะที เย้ๆๆๆๆ

Photobucket  Photobucket

Photobucket

Photobucket

ถ่ายรูปโปสการ์ดก่อนส่งเป็นที่ระลึกซะหน่อย (เหมือนพรีเซนเตอร์ไปรษณีย์ไทยยังไงไม่รู้)

พอใกล้เที่ยวก็ได้เวลาลงดอย ผ่านชมน้ำตกวชิรธาร ถ่ายรูปแล้วก็มุ่งสู่ที่พัก ช่วงเย็นก็ลิ้มชิมรสอาหารญี่ปุ่นก่อนจะตระเวนกินร้านดังๆ อร่อยๆ อีกหลายร้าน

Photobucket Photobucket

20 Dec 2008

วันนี้โปรแกรมเที่ยวยังหนาแน่นเหมือนเดิม เราไปชมสวนกล้วยไม้ ซึ่งเป็นสวนผีเสื้อด้วย เดินชมความงามของกล้วยไม้อยู่นานไปชมผีเสื้อบ้างดีกว่า นึกไว้คงเหมือนในหนัง เราเดินก็มีผีเสื้อบินเต็มไปหมด แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด เดินวนตั้งนานเจอ 1 ตัว ถามพี่เจ้าหน้าที่เค้าบอกหน้าหนาวจะไม่ค่อยมีอย่างเนี้ยแหละ เฮ้อ เศร้าใจ อดเลยเรา เจอน้องน้อย เด็กดอยคนหนึ่งน่ารักเชียวค่ะ ก็ถ่ายรูปก็เต็มใจถ่ายกันสนุกไปเลย

Photobucket Photobucket

และก็ปลอมตัวเป็นเด็กดอยกะเข้าบ้าง (สังเกตุเด็กดอยตัวปลอมใส่หมวกก็ผิด เอาด้านหลังมาไว้ด้านหน้า ก็ว่าอยู่น้องเค้าใส่ไม่รำคาญบ้างเหรอ มันบังทรรศนวิศัยประมาณนึงเลยหล่ะ)

Photobucket

แล้วก็ไปเที่ยวน้ำตกแม่สา มีน้ำตกก็ต้องคู่กะส้มตำ(ปลาร้าซะด้วย) แถมร้านที่นี่มีบริการซื้อใส่ตระกร้าเอาจาน ชาม ช้อน ไปนั่งกินข้างน้ำตกได้เลย กินเสร็จก็เอามาคืน ดีจริงๆ กินส้มตำคู่น้ำตก

Photobucket Photobucket

พอเย็นก็ไปชมวิถีชีวิตชาวเขาพร้อมกับดูพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าบนดอยปุย

Photobucket

พอลงจากดอย ก็เข้าสู่ย่านคึกคัก ... มาเชียงใหม่ก็ต้องไปเดินถนนคนเดินซะหน่อย

Photobucket

 21 Dec 2008

วันนี้เป็นวันสุกท้ายของการท่องเที่ยว เรายังเหลือที่สำคัญๆ ที่ต้องไปนิดหน่อย คือ ดอยสุเทพ (เมื่อวานก็ผ่านแว๊ปๆ แต่ยังไม่ได้ถ่ายรูป วันนี้เลยต้องขึ้นมาใหม่) แต่พอขึ้นมาถึง กลับเจอนั่งร้านของการซ่อมแซมดอยสุเทพที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ  แต่มาแล้วแบบนี้ก็แปลกไปอีกแบบ นึกซะว่าน้อยคนที่ได้ถ่ายแบบนี้

Photobucket

ก่อนกลับก็แวะซื้อของฝากให้คนที่รอคอยอยู่มากมายที่ กรุงเทพฯ โดยของฝากของเชียงใหม่สุดฮิตก็น้ำพริกหนุ่ม แคปหมู แล้วก็ของโปรดที่สุด  นั่นก็คือ สตอเบอรรี่ นั่นเองงงง

Photobucket

ออกจากเชียงใหม่มุ่งหน้าสู่กรุงเทพ แป๊บเดียวถึงกำแพงเพชร (เร็วเพราะหลับตลอดทางเลย ตื่นมา แล้วก็หลับต่อ 555) ได้เวลากินข้าวเย็นแวะกินข้าวเย็นริมน้ำอไรก็ไม่รู้จำไม่ได้ แต่บรรยากาศที่ดีสุดยอด แถมจังหวัดเค้ามีงานกีฬาอะไรสักอย่าง เลยใจดีจุดพลุต้อนรับเราชุดใหญ่ เป็นการปิดท้ายการท่องเที่ยวทริปนี้อย่างงดงามสุดประทับใจจ้า

Photobucket Photobucket

Think...Change

posted on 12 Jul 2009 15:07 by thinkbox

 

 

Change การเปลี่ยนแปลงคำนี้ดูมีพลังขึ้นมาทันทีตั้งแต่ ”โอบาม่า” นำมาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งเป็นประธานาธิปดีของสหรัฐอเมริกา แต่นั้นคงถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนอเมริกาให้รอดพ้นจากวิกฤตทางด้านเศรษฐกิจที่กำลังประสบอยู่ในตอนนี้

ได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ที่กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงว่าเป็นสิ่งที่หลายคนมักไม่ชอบ เพราะมันเป็นเรื่องใหม่ที่เราไม่เคยชิน เรามักต้องฝืนในช่วงแรกของการเปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่าง การตื่นเช้า บางคนก็ไม่ชิน ให้ตื่นเช้า ก็รู้สึกฝืน รู้สึกไม่ชอบ หรือการสูญเสียคนซึ่งเป็นที่รัก เราเคยเห็นกันอยู่ทุกวัน ต่อจากนี้ไม่เห็นแล้ว เราก็ไม่ชิน เราก็มองเป็นความทุกข์ แต่สิ่งหนึ่งที่เราอาจลืมไปก็คือ การเปลี่ยนแปลงอาจไม่เลวร้ายเสมอไป การเปลี่ยนแปลงอาจเป็นไปในทางที่ดีก็ได้

การเปลี่ยนแปลงที่อยากนำมาถ่ายทอดอีกเรื่องคงเป็นความคาดหวังในการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งให้เป็นตามที่ใจเราต้องการ บางคน อาจอยากให้เค้าเป็นแบบนี้ เธอเป็นแบบนั้น ทำไมเค้าไม่ทำแบบนี้ ทำไมเธอไม่ทำแบบนั้น

การเปลี่ยนแปลงอาจมาพร้อมความคาดหวัง และเมื่อไม่ได้ สิ่งที่เจอคงเป็นความผิดหวัง  ความผิดหวังจะไม่เกิดถ้าเราไม่คาดหวัง  (เหมือนกวนแต่ไม่ได้กวนนะ)

**บางทีเราอาจใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเปลี่ยนใครบางคน แต่เราใช้เวลาไม่กี่นาทีเพื่อเปลี่ยนความคิดตัวเราเอง**

Photobucket