โชว์เพี้ยน...เจ้าของ Blog
posted on 14 Aug 2009 19:56 by thinkboxอโยธยา...เมืองเก่าของเราแต่ก่อน
posted on 11 Aug 2009 20:20 by thinkbox in Trip
วันดีๆ ที่ลูกค้าผู้ให้การอุปการะคุณในการจัดทริป พาไปเที่ยวอยุธยา (จริงๆพาไปดูโรงงาน แล้วค่อยพาไปเที่ยวตบท้าย) แต่ก็ เป็นอีก 1 วันเต็มๆ ที่มีความสุข เพราะนอกจากจะไปทำงาน(นิดเดียว) ที่เหลือก็กิน เที่ยว ถ่ายรูป เต็มสตีมเลย แถมได้ข้อมูลดีๆ จากพี่ไกด์มืออาชีพ อีกต่างหาก
หลังจากเยี่ยมชมโรงงานผลิตพริ้นเตอร์ยี่ห้อนึง... (อ้าวลืมไปใส่หมวกเลยรู้เลยว่าไปดูของยี่ห้ออะไร) 555 ซึ่งที่นี่มีระบบการป้องกันที่ดีมากๆ เนื่องจากไข้หวัด 2009 กำลังระบาดหนัก ในโรงงานก็คนเยอะ ต้องระวังมากเป็นพิเศษ เลยมีแฟชั่นเกิดขึ้นที่นี่
เสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาไปกินข้าวเที่ยง โดยเรามุ่งหน้าไปขึ้นเรือที่โรงแรมหนึ่ง จำชื่อไม่ได้แล้วอ่ะ แต่รสชาติดีทีเดียว กินไปชมวิว สองฝั่งแม่น้ำไปด้วย เพลินดีจริงๆเชียว
หลังจากนั้นก็ขึ้นรถไปไหว้พระที่วัด กำหนดไว้ 3 วัด แต่จำชื่อไม่ได้แล้ว ดูบรรยากาศนิดๆ หน่อยๆ ละกัน
ระหว่างทางผ่านที่นี่ เจดีย์ วัดสามปลื้ม อยู่กลางถนนเลย เจ๋งจริงๆ
หลังจากไหว้พระ รดน้ำมนต์เพื่อเป็นสิริมงคล ลูกค้าก็ใจดีซื้อโรตีสายไหมเจ้าอร่อย (มากกกกก) ให้ถือติดไม้ติดมือกลับบ้าน ได้ทั้งบุญ อิ่มใจ แล้วก็อิ่มท้องด้วย
ชีวิตที่เป็นอยู่ VS ชีวิตที่เป็นได้
posted on 04 Aug 2009 17:21 by thinkbox
ในชีวิตมีเรื่องราวมากมาย ที่ต้องคิด ต้องตัดสินใจ และต้องทำ อยู่ตลอด เรื่องบางเรื่องเมื่อทำลงไปอาจส่งผลต่อตัวเรา หรือคนรอบข้าง รวมไปถึงส่งผลต่อการประสบความสำเร็จในชีวิตที่มากขึ้น แต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่เราชอบที่จะทำ และอาจไม่ได้ส่งผลต่อความสำเร็จ แต่ทำให้เรามีความสุขในขณะทำ จึงอาจกล่าวได้ว่า
" การมีชีวิตแบบที่เป็นอยู่ - มันง่าย แต่การมีชีวิตแบบที่เป็นได้ - มันยาก "
การมีชีวิตแบบที่เป็นอยู่ คือการดำรงชีวิตแบบเดิม ที่เป็นอยู่ คิดแบบคนส่วนใหญ่ ทำงานทั่วไป ไม่แตกต่าง เช่น ตื่นตอนเช้า ขึ้นรถไฟฟ้าพร้อมๆกัน จอดรถที่เดิม เดินเข้าประตูเดิม ทำงานโต๊ะเดิม กินข้าวร้านเดิม กลับบ้านเวลาเดิม ดูทีวีช่องเดิม นอนเวลาเดิม และก็ตื่นเช้าไปขึ้นรถไฟคันเดิม อาจมีเรื่องที่ชอบ หรือกิจกรรมที่ทำ ไม่ได้มีเรื่องอะไรต้องคิดใหม่ๆ ให้เครียด
แต่การมีชีวิตแบบที่เป็นได้ คือการคิดที่มากกว่าและอาจแตกต่างจากคนส่วนใหญ่อยู่บ้าง แต่แตกต่าง ไม่ใช้แตกแยกผิดแปลกจากคนทั่วไป อาจทำอะไรที่มากขึ้น คิดเยอะขึ้น เหนื่อยเพิ่มขึ้น เลยอาจ ยากกว่า แต่ผลที่ได้ก็มากกว่าคนปกติที่คิดทำอะไรแบบเดิมๆ ซึ่งอาจหมายถึงความสุข ความสำเร็จ และวิถีชีวิตที่ดีกว่า
บางทีเรามันไม่ได้เลือกทำเพราะความง่าย หรือ ยาก แต่เราเลือกที่ผลต่างหาก
ถ้าผลที่ได้ถูกใจ ถึงยากแค่ไหนก็ต้องลุย !!!
ต้นไม้ที่ถูกสร้างสรรค์ด้วยการถัก
posted on 24 Jul 2009 18:46 by thinkbox in Crochet
วันนี้ได้โอกาสถ่ายรูปงานถักที่เริ่มต้นทำมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นปี ซื้อไหมไปหัดเริ่มที่ร้านๆนึงในเซ้นทรัลเวิล์ด แล้วก็ไม่ได้ดั่งใจ กลับมาหาความรู้เพิ่มเติมจากโลกแห่งการเรียนรู้ที่ใหญ่ที่สุด ก็คือโลกของ Internet เก็บข้อมูล เรียนรู้ หา How To อ่านเต็มไปหมด ก็ได้ผลงานบางส่วนในครึ่งปีแรกมาโชว์กันซะหน่อย
ผลงานที่ถูกนำมาโชว์ในครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็น ต้นไม้ ต้นกระบองเพชร ที่ชื่นชอบเป็นการส่วนตัว มีแพทเทิร์นบ้างนิดหน่อย พอรู้วิธีหลังจากนั้นก็ลุยเดาๆ เอาไปเรื่อย และหลังๆ ก็คิดแบบเองด้วย
แก่งกระจาย ! กระเจิงทุ่ง !
posted on 20 Jul 2009 16:52 by thinkbox in Trip
ทริปย้อนหลัง อีกหนึ่งทริปก็ต้องมีทริปนี้ด้วย แก่งกระจาน BuyCOMs Office Gang Trip 1 ทริปนี้มีสมาชิกรวมก๊วน 11 คน โดยแรกเริ่มเราเฟ้นหาสถานที่ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก ไปเสาร์ - อาทิตย์ ขับรถชิวๆ พักผ่อนนอนกินบรรยากาศ และสถานที่ที่เราเลือกก็คือ ... แก่งกระจาน พะเนินทุ่ง จ.เพชรบุรี นี่เอง
7 Feb 2009
เราตื่นแต่เช้า แต่กว่าจะได้เดินทางก็สายๆ 555 รอกันหน่อย สมาชิกเยอะก็แบบนี้แหละ แล้วมุ่งหน้าไปเพชรบุรี ที่ต้องรีบไปหน่อยเพราะกลัวไม่มีที่นอน เต้นท์ที่เตรียมมาก็น้อยกว่าประชากรที่ไป เลยต้องว่องไวกันหน่อย
เราแวะไหว้พระกันหน่อยเพื่อทำให้จิตใจผ่องใสที่ " วัดถ้ำเขาย้อย "ก่อนเดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เมื่อเราไปถึงก็รีบถามหาที่เช่าเต้นท์ก่อนเลย ซึ่งมีเพียงพอ และมากมายสำหรับคนที่เดินทางมาถึงช่วงบ่าย สบายๆ เลย เช่าเต้นท์ เช่าเตา เช่าผ้าใบ เช่าถุงนอน เช่าหมอน เช่าเสื่อ เช่าทุกอย่างเลย เหอๆๆๆ ไม่ได้มีการเตรียมตัวที่ดีเลย
หลังจากหามุมดีๆ และช่วยกันกางเต้นท์เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลากินข้าวเที่ยงแต่ค่อนไปบ่ายนิดๆแล้ว โดยกิจกรรมที่เราเตรียมไว้คือที่ บ้านป้าแม้ว เรียกชื่อเค้าถูกเปล่าก็ไม่รู้ เรียกแต่ป้าแม้ว ๆ ซึ่งป้าน่ารักมากใจดี แถมอาหารก็อร่อยสุดๆ โดยเมนูสุดโปรด ก็คือ " ยำมะม่วงหมูฝอย " และเมื่อกินอิ่มแล้วก็ลงเล่นน้ำ ล่องแก่ง กิจกรรมสุดฮิตของที่นี่เลย สนุกดี พายเรือ กระแสน้ำไม่ถือว่าแรงมาก มีลุ้นๆ ตื่นเต้นเป็นช่วงๆ ให้หวาดเสียวพอเป็นพิธี แล้วก็หยุดเล่นกิจกรรมสุดระทึก อีกอย่าง นั่นก็คือ " โดดหอ " โหนตัวลงมาแบบทาร์ซาน ปล่อยมือลงน้ำ ...ตู้ม แถมงานนี้เกือบแย่ มีน้องที่ออฟฟิต (น้องโบว์) นามสมมุติ อิอิ เกือบกระโดดลงแพยางล่องแก่งของใครก็ไม่รู้ที่ผ่านมาพอดี คนในเรือก็ตกใจ นึกว่าน้ำลึกรีบช่วยคนโดด ส่วนคนโดดก็ตกใจ หันมาเห็นก็จ๊ากกก เรืออยู่ข้างๆ เลย น้องเค้าเลยเล่นรอบเดียวไม่กล้า เบิ้ลเลย
หลังจากเล่นเสียวๆ กับการโดดหอไปแล้ว เราก็เตรียมตัวไปดูพระอาทิตย์ตกที่สันเขื่อน เป็นการมองภาพจากท๊อปวิว สวยใช้ได้
พอเย็นเราก็กลับสู่เต้นท์ เตรียมอาบน้ำ หาอะไรอร่อยเป็นอาหารเย็น และสมทบกับของกินเล่น(แกล้มเหล้า)ที่เตรียมมา ก่อนเล่นไฟเย็น กับถ่ายรูปนางฟ้าที่พวกเราสร้างขึ้น และแยกย้ายพักผ่อนตามอัธยาศัย
8 Feb 2009
ตื่นตั้งแต่ ตี 4:30 เนื่องจากเราแปลนขึ้นพะเนินทุ่งกัน โดยเราเช่ารถไว้แล้ว ก็ได้เวลาลุยฝุ่น ขึ้นไปดูทะเลหมอกกันแล้ว
หลังจากดูเสร็จก็มาเก็บเต้นท์ คืนของทุกอย่างที่ได้เช่าไว้ แล้วไปหาข้าวกลางวันทานกันหน่อย ก่อนไปชมวิว ล่องเรือ เก็บตกหลายๆ บรรยากาศของแก่งกระจานให้เต็มที่ ก่อนกลับไปหาป้าแม้วอีกครั้ง กินข้าว เล่นน้ำกันอีกรอบ ก่อนมุ่งหน้าสู่เดินทางสู่...กรุงเทพ เมืองฟ้าอมร
อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน
posted on 20 Jul 2009 12:23 by thinkbox
เราอายุเฉลี่ย 60 ปี
1 ปี เท่ากับ 365 วัน
แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน
คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที
ลองนับเป็นสัปดาห์ 3,120 สัปดาห์
แสดงว่า
เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง
คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา
แทบเบือนหน้าหนีจากปฏิทิน
เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลังเพื่อรอวันลาโลก
เปล่าเลยผมไม่ได้กลัวตาย
และขอโทษที่หากเรื่องอาจไม่ค่อยขำ
แต่ตลอดเวลาที่ใช้เวลาอยู่บนโลกนี้มันน้อยมากหากคำนวนในเชิงตัวเลข
ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน
เพลงอีกหลายเพลงยังไม่ได้ฟัง
หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดู
ความรู้สึกในใจอีกมากมายที่ยังไม่เคยบอก
พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป
สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามัน
น้อยเกินไปจริง ๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้นคือ
ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี
แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน
นั่นแสดงว่าบางคนไม่ได้มีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วันหรอกนะ
อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ!
คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึง
สามพันวันแล้วเหรอเนี่ย!!!!
คิดแบบนี้ต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู
กางปฏิทินออกกว้าง ๆ
เพราะมันคือเวลาที่เราเหลือ…บนโลกนี้
นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งสิ้น หากเป็นความจริงที่
เราไม่ค่อยได้มองมัน
เอาล่ะ งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 17 ปี
แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,205 วัน
และผ่านคืนวันเสาร์มาร้อยกว่าครั้ง
เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลา (ที่คาดว่าจะ) เหลืออยู่
ผลลัพธ์ที่ได้ เราจะทำยังไงกับมันดี
บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ
ไม่ก็เห็นแค่ว่าเพื่อนเรียน เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่า จะเป็นอะไรดี
บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น
ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น
แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน
บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ
ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่ งอนการกุศล
ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ….
และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม ‘ฆ่าเวลา ‘ ชีวิตมันว่างจัด
ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย
เรากำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี
อีกหน่อยเราก็ตายจากัน …… แล้วนะ
ลองคิดแบบนี้บ้าง
ใช่แล้ว ….เราจะเกิดความเสียดาย
เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ
ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ
ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย
แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้
และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่
มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า
เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ
ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า….พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว
ทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก
ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง …ต้องรีบแล้ว
รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี
ส่วนจะรักหรือไม่รักอีกเรื่อง เพราะพรุ่งนี้(อาจจะ ) ตายแล้ว
ใช้เวลา ( ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้
กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา
นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้
เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล
คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน
ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด
ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น
แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง
เมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน
หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย ……
แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน
ซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด
และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก
ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน …. แล้วนะ
รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ
เดี๋ยวตายซะก่อน เสียดายแย่
โดย น้าเน๊ก …… เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา
“ขอบคุณข้อคิดดีๆ นี้จริงๆ ค่ะ”
ฝีมือถ่ายภาพยามว่าง...
posted on 14 Jul 2009 22:36 by thinkbox
วันนี้เอาฝีมือถ่ายภาพมาโชว์ เน้นถ่ายต้นไม้ ใบหญ้า พระอาทิตย์ ไปเรื่อยๆ เป็นการฝึกมือ แต่ภาพที่ถ่ายมาจากกล้อง Compact ธรรมดา กับฝีมืออันน้อยนิด ช่วยติชมกันด้วยนะค่ะ
รูปพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าค่ะ รูปนี้กำลังตกเลยค่ะ แสงสวยดี เห็นแล้วต้องรีบไปหยิบกล้องมาถ่าย รูปนี้ถ่ายตอนนั่งรถทัวร์จากบ้านกลับกรุงเทพฯ แม่น้ำสายนี้คั่นระหว่างจังหวัดตราด กับ จังหวัดจันทบุรี ดอกไม้ที่ระเบียงห้องสีหวานเชียว รูปนี้ชอบมากค่ะ ฝนพึ่งตกไป อากาศกำลังดี เลยหยิบกล้องมาถ่ายรูปหยดน้ำซะหน่อย เป็นรูปแมงมุมน้อยเกาะบนดอกอัญชันค่ะ แถมหยดน้ำก็สวยได้ใจ...คนชอบถ่ายมาโครค่ะ รูปนี้หลายคนดูต้องไม่รู้ว่าเป็นดอกอะไรค่ะ เฉลยเลยละกันค่ะ " ดอกบานไม่รู้โรย " สวยแปลกตาใช่ไหมค่ะ ดอกไม้สีม่วงสวยสะดุดตาไปอีกแบบ สีเขียวของใบไม้ดูผ่อนคลายไปอีกแบบเนอะ ดอกไม้น้อยๆ สีเหลืองอ่อน จำชื่อไม่ได้แล้วว่าชื่อไร
ดอกพุดมั้งค่ะ (เดาอีก)
น่าจะเป็นกล้วยไม้ป่า เดาเอาผิดก็อย่าว่านะค่ะ
ต้นโมกค่ะ ใครชอบต้นไม้ที่กลิ่มหอม ต้นนี้ภูมิใจเสนอ
ว่านสีแดงกะแมลงน้อย
วิวข้างทางก่อนขึ้นมอเตอร์เวย์ค่ะ
แอ่วเมืองเจียงใหม่เจ้า
posted on 12 Jul 2009 15:09 by thinkbox in Trip
ทริปนี้น่าจะเป็นทริปแรกเริ่มของการเดินทางของเพื่อนร่วมแก๊งค์ก๊วนนี้ โดยเราแปลนกันไว้ว่าจะไปเจอเพื่อนที่อยู่ที่เชียงใหม่ 1 คน เลยได้เวลาโดดงานไปท่องเที่ยวกันแล้ววววววว
18 Dec 2008
เราเริ่มเดินทางกันตั้งแต่เช้าขึ้นเชียงใหม่ แวะไหว้พระ ถ่ายรูปกลางทางกันซะหน่อยเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการเดินทาง วันนี้เกือบทั้งวันเราหมดไปกับการเดินทางกว่าจะเข้าเมืองเชียงใหม่ก็เกือบ 4 โมงเย็นเข้าไปแล้ว แวะซื้อเสบียงกันอย่างอิ่มหนำสำราญ แล้วก็ลุยขึ้นดอยอินทนนท์ งานนี้ได้โชว์ฝีมือประกอบอาหารไส้กรอกทอดผ่านฟรอยที่ห่อไก่ย่างห้าดาว ตามทฤษฎีน่าจะได้แต่ปรากฎว่ารสชาติแปลกไปมากทีเดียว และเมื่ออิ่มกันเต็มที่ก็ได้เวลาพักผ่อน..นอนเต้นท์ ซุกตัวขดในถุงนอน(หนาวสุดๆ) ทั้งๆ ที่ใส่เสื้อหนาว 2 ชั้นแล้วก็ไม่ช่วยไรเลย
19 Dec 2008
ตื่นแต่ตี 5 มุ่งมั่นตั้งใจไปดูพระอาทิตย์ขึ้นขับรถไปจุดชมวิว ขับไปเช็ดกระจกหน้าไป หมอกเกาะตลอด หนาวจนไม่ต้องเปิดแอร์ เปิดกระจกก็เย็นกว่าตู้เย็นซะอีก ถามพี่แถวๆอุทยานบอกน่าจะสัก 5 องศาเห็นจะได้
โอ้ย....อินทนนท์หนาวมากกกกกกกกกกกกก
แต่เมื่อแสงอาทิตย์ขึ้นมาเมื่อไหร่ ความอบอุ่นก็ค่อยๆเพิ่มมากขึ้น คราวนี้ก็ได้เวลาถ่ายรูปซะที เย้ๆๆๆๆ
ถ่ายรูปโปสการ์ดก่อนส่งเป็นที่ระลึกซะหน่อย (เหมือนพรีเซนเตอร์ไปรษณีย์ไทยยังไงไม่รู้)
พอใกล้เที่ยวก็ได้เวลาลงดอย ผ่านชมน้ำตกวชิรธาร ถ่ายรูปแล้วก็มุ่งสู่ที่พัก ช่วงเย็นก็ลิ้มชิมรสอาหารญี่ปุ่นก่อนจะตระเวนกินร้านดังๆ อร่อยๆ อีกหลายร้าน
20 Dec 2008
วันนี้โปรแกรมเที่ยวยังหนาแน่นเหมือนเดิม เราไปชมสวนกล้วยไม้ ซึ่งเป็นสวนผีเสื้อด้วย เดินชมความงามของกล้วยไม้อยู่นานไปชมผีเสื้อบ้างดีกว่า นึกไว้คงเหมือนในหนัง เราเดินก็มีผีเสื้อบินเต็มไปหมด แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด เดินวนตั้งนานเจอ 1 ตัว ถามพี่เจ้าหน้าที่เค้าบอกหน้าหนาวจะไม่ค่อยมีอย่างเนี้ยแหละ เฮ้อ เศร้าใจ อดเลยเรา เจอน้องน้อย เด็กดอยคนหนึ่งน่ารักเชียวค่ะ ก็ถ่ายรูปก็เต็มใจถ่ายกันสนุกไปเลย
และก็ปลอมตัวเป็นเด็กดอยกะเข้าบ้าง (สังเกตุเด็กดอยตัวปลอมใส่หมวกก็ผิด เอาด้านหลังมาไว้ด้านหน้า ก็ว่าอยู่น้องเค้าใส่ไม่รำคาญบ้างเหรอ มันบังทรรศนวิศัยประมาณนึงเลยหล่ะ)
แล้วก็ไปเที่ยวน้ำตกแม่สา มีน้ำตกก็ต้องคู่กะส้มตำ(ปลาร้าซะด้วย) แถมร้านที่นี่มีบริการซื้อใส่ตระกร้าเอาจาน ชาม ช้อน ไปนั่งกินข้างน้ำตกได้เลย กินเสร็จก็เอามาคืน ดีจริงๆ กินส้มตำคู่น้ำตก
พอเย็นก็ไปชมวิถีชีวิตชาวเขาพร้อมกับดูพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าบนดอยปุย
พอลงจากดอย ก็เข้าสู่ย่านคึกคัก ... มาเชียงใหม่ก็ต้องไปเดินถนนคนเดินซะหน่อย
วันนี้เป็นวันสุกท้ายของการท่องเที่ยว เรายังเหลือที่สำคัญๆ ที่ต้องไปนิดหน่อย คือ ดอยสุเทพ (เมื่อวานก็ผ่านแว๊ปๆ แต่ยังไม่ได้ถ่ายรูป วันนี้เลยต้องขึ้นมาใหม่) แต่พอขึ้นมาถึง กลับเจอนั่งร้านของการซ่อมแซมดอยสุเทพที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ แต่มาแล้วแบบนี้ก็แปลกไปอีกแบบ นึกซะว่าน้อยคนที่ได้ถ่ายแบบนี้
ก่อนกลับก็แวะซื้อของฝากให้คนที่รอคอยอยู่มากมายที่ กรุงเทพฯ โดยของฝากของเชียงใหม่สุดฮิตก็น้ำพริกหนุ่ม แคปหมู แล้วก็ของโปรดที่สุด นั่นก็คือ สตอเบอรรี่ นั่นเองงงง
ออกจากเชียงใหม่มุ่งหน้าสู่กรุงเทพ แป๊บเดียวถึงกำแพงเพชร (เร็วเพราะหลับตลอดทางเลย ตื่นมา แล้วก็หลับต่อ 555) ได้เวลากินข้าวเย็นแวะกินข้าวเย็นริมน้ำอไรก็ไม่รู้จำไม่ได้ แต่บรรยากาศที่ดีสุดยอด แถมจังหวัดเค้ามีงานกีฬาอะไรสักอย่าง เลยใจดีจุดพลุต้อนรับเราชุดใหญ่ เป็นการปิดท้ายการท่องเที่ยวทริปนี้อย่างงดงามสุดประทับใจจ้า
Think...Change
posted on 12 Jul 2009 15:07 by thinkbox
Change การเปลี่ยนแปลงคำนี้ดูมีพลังขึ้นมาทันทีตั้งแต่ ”โอบาม่า” นำมาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งเป็นประธานาธิปดีของสหรัฐอเมริกา แต่นั้นคงถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ที่จะเปลี่ยนอเมริกาให้รอดพ้นจากวิกฤตทางด้านเศรษฐกิจที่กำลังประสบอยู่ในตอนนี้
ได้มีโอกาสอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ที่กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงว่าเป็นสิ่งที่หลายคนมักไม่ชอบ เพราะมันเป็นเรื่องใหม่ที่เราไม่เคยชิน เรามักต้องฝืนในช่วงแรกของการเปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่าง การตื่นเช้า บางคนก็ไม่ชิน ให้ตื่นเช้า ก็รู้สึกฝืน รู้สึกไม่ชอบ หรือการสูญเสียคนซึ่งเป็นที่รัก เราเคยเห็นกันอยู่ทุกวัน ต่อจากนี้ไม่เห็นแล้ว เราก็ไม่ชิน เราก็มองเป็นความทุกข์ แต่สิ่งหนึ่งที่เราอาจลืมไปก็คือ การเปลี่ยนแปลงอาจไม่เลวร้ายเสมอไป การเปลี่ยนแปลงอาจเป็นไปในทางที่ดีก็ได้
การเปลี่ยนแปลงที่อยากนำมาถ่ายทอดอีกเรื่องคงเป็นความคาดหวังในการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งให้เป็นตามที่ใจเราต้องการ บางคน อาจอยากให้เค้าเป็นแบบนี้ เธอเป็นแบบนั้น ทำไมเค้าไม่ทำแบบนี้ ทำไมเธอไม่ทำแบบนั้น
การเปลี่ยนแปลงอาจมาพร้อมความคาดหวัง และเมื่อไม่ได้ สิ่งที่เจอคงเป็นความผิดหวัง ความผิดหวังจะไม่เกิดถ้าเราไม่คาดหวัง (เหมือนกวนแต่ไม่ได้กวนนะ)
**บางทีเราอาจใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเปลี่ยนใครบางคน แต่เราใช้เวลาไม่กี่นาทีเพื่อเปลี่ยนความคิดตัวเราเอง**
































